ตรวจแล้ว รหัสการตรวจ #55
บันทึกโดย นางฤทัยรัตน์ แก้วลาย เมื่อ 6 พฤษภาคม 2569ข้อมูลหน่วยรับตรวจ
| หน่วยรับตรวจ | หนองหญ้าปล้องวิทยา |
|---|---|
| รหัสโรงเรียน | 1076370255 |
| ที่อยู่ | ตำบล/แขวง หนองหญ้าปล้อง อำเภอ หนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี |
| จังหวัด | เพชรบุรี |
| ศึกษาธิการภาค | ศึกษาธิการภาค 4 |
| ผู้อำนวยการ | นางณัฏฐิกา มุลตองคะ |
| ผู้ประสานงาน | นายอัครินทร์ คุณแสน |
| โทรศัพท์โรงเรียน | 0-3249-4350 |
ข้อมูลการตรวจ
| วันที่ตรวจ | 9 กุมภาพันธ์ 2569 |
|---|---|
| รอบการตรวจ | รอบที่ 1 ตุลาคม 2568 - มีนาคม 2569 (ปีการศึกษา 2569) |
| ผู้ตรวจราชการ |
นายสุรพงษ์ เอิมอุทัย |
| รูปแบบการตรวจ | ลงพื้นที่จริง |
| ลักษณะการตรวจ | ตรวจราชการตามแผน |
| ระยะเวลา | ครึ่งวัน |
| สถานะ | ตรวจแล้ว |
| พิกัด GPS | 13.14662300, 99.69825600 |
ผลการตรวจราชการ
หน่วยรับตรวจ โรงเรียนหนองหญ้าปล้องวิทยา สังกัด สพม.เพชรบุรี มีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับแนวคิดโรงเรียนมาตรฐานสากล (World Class Standard School) และนโยบาย "1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ" โดยมุ่งยกระดับโรงเรียนให้เป็นสถานศึกษาคุณภาพของพื้นที่ และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนในระดับอำเภอสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาแก่ผู้เรียนทุกกลุ่ม พร้อมทั้งพัฒนาการจัดการศึกษาให้ตอบสนองต่อบริบทพื้นที่และความต้องการของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแท้จริง ทั้งนี้
มีผลการขับเคลื่อนตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 4 ด้าน ดังนี้
ด้านที่ 1 ความปลอดภัยและคุ้มครองผู้เรียน ครู บุคลากรทางการศึกษาและสถานศึกษา
สถานศึกษาจัดให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยรวมทั้งแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้สถานศึกษา
เป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ดำเนินการจัดให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยจัดทำแผนความปลอดภัยและแผนเผชิญเหตุครอบคลุมสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น มีการซักซ้อม
แผนร่วมกับผู้เรียน ครู และบุคลากรอย่างต่อเนื่อง จัดเวรดูแลความปลอดภัย และปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษาเพื่อยกระดับให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย
ด้านที่ 2 การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
สถานศึกษาให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพผู้เรียนเป็นภารกิจหลัก โดยพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนรู้บนฐานบริบทพื้นที่และศักยภาพรายบุคคล ภายใต้ YAPLONG Model ที่สอดคล้องกับนโยบาย “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” และแนวคิดโรงเรียนมาตรฐานสากล มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะในศตวรรษที่ 21 มีการดำเนินงานผ่านหลักสูตรฐานสมรรถนะและหลักสูตรฐานพื้นที่ ควบคู่กับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการวัดประเมินผลตามสภาพจริง โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
และอัตลักษณ์ของผู้เรียน โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ นอกจากนี้ ยังบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีชีวิตชุมชน
ในการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตจริง เกิดทักษะอาชีพ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ที่สูงขึ้น และมีความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของตนเองอย่างยั่งยืน อีกทั้งมุ่งผลักดันการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์บริบทพื้นที่ โดยเน้นการพัฒนาสมรรถนะที่จำเป็นของผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ ควบคู่กับการส่งเสริมการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศผ่านแนวคิดพหุปัญญา การพัฒนาทักษะอาชีพ ตลอดจนการกำกับติดตามการเสริมสร้างการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย และการปลูกฝังหน้าที่พลเมืองและคณธรรมให้แก่ผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
ด้านที่ ๓ การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา
สถานศึกษาดำเนินการจัดระบบดูแลช่วยเหลือและติดตามเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยสำรวจข้อมูลรายบุคคล เยี่ยมบ้าน และประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำผู้เรียนกลับเข้าสู่การศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสม ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย มีการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) การปรับเวลาเรียน และการจัดกิจกรรมเฉพาะบุคคล เพื่อรองรับผู้เรียนที่มีข้อจำกัดด้านบริบทชีวิตให้สามารถเรียนต่อได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังให้การสนับสนุนกลุ่มเปราะบางทางการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งด้านทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียน และการให้คำปรึกษาเชิงจิตสังคม รวมถึงการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาอย่างเหมาะสมและทั่วถึง นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างรอบด้าน และการบูรณาการระบบเทียบโอนผลการเรียนและธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ด้านที่ 4 การส่งเสริมวิชาชีพและสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา
สถานศึกษาการส่งเสริมและพัฒนาการดำเนินการประเมินวิทยฐานะ โดยใช้ระบบ
การประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่หลากหลาย ส่งเสริม
และสนับสนุนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาพัฒนาตนเอง เพื่อขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ โดยให้คำแนะนำ กำกับ ติดตาม และสนับสนุนการดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะ (วPA) อย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการพัฒนาผลงานที่เชื่อมโยงกับการจัดการเรียนรู้และผลลัพธ์ผู้เรียน รวมทั้งจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการนิเทศภายในเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความพร้อมในการเข้าสู่กระบวนการประเมิน
ทั้งนี้ สถานศึกษาได้เชื่อมโยงนโยบาย จุดเน้น และตัวชี้วัดการตรวจราชการเข้าสู่กระบวนการดำเนินงานในทุกระดับของสถานศึกษา ตั้งแต่ระดับนโยบาย ระดับการบริหาร ระดับครูผู้สอน และระดับผู้เรียนโดยใช้องค์ประกอบของ YAPLONG Model เป็นกลไกสำคัญในการกำหนดแนวทาง วางแผน ดำเนินการกำกับ ติดตาม และสะท้อนผลการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การดำเนินงาน
และการรายงานผลมีความชัดเจน สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และสามารถแสดงผลลัพธ์เชิงประจักษ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนไห้เห็นถึงประสิทธิภาพของการบริหารจัดการสถานศึกษาบนฐานรูปแบบการพัฒนา
เชิงระบบเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนเชิงระบบ ได้นำแนวคิด KCMID Framework
ซึ่งประกอบด้วย การจัดการความรู้ (Knowledge Management) การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) การจัดการเชิงระบบ (Systematic Management) การพัฒนานวัตกรรม (Innovation Development) และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) มาใช้เป็นกลไกสนับสนุน
การบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดภาระงานที่ซ้ำช้อน และส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ จากการดำเนินงานภายใต้กรอบ YAPLONG Model ควบคู่กับ KCMID Framework ส่งผลให้การขับเคลื่อนนโยบายของสถานศึกษาเป็นไปอย่างมีทิศทาง ชัดเจน และเป็นระบบสอดคล้องกับกรอบการตรวจราชการ และสามารถสะท้อนผลลัพธ์เชิงประจักษ์ของการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
จากการลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
มีการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาได้อย่างครบถ้วน ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพ
การสะท้อนประเด็นปัญหาจากหน่วยงานรับตรวจฯ
หน่วยงานการศึกษาในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีได้สะท้อนประเด็นปัญหาที่พบในการนำนโยบาย
สู่การปฏิบัติในแต่ละด้าน ดังนี้
ด้านความปลอดภัยและคุ้มครองผู้เรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา พบข้อจำกัดคือ
1) สถานศึกษาไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างและปรับปรุงรั้วสถานศึกษา
ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด อาจไม่สามารถป้องกันการเข้ามาของบุคคลภายนอกได้ ซึ่งจะกระทบต่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา
2) สถานศึกษาไม่มีอาคารโรงอาหาร ทำให้นักเรียนต้องใช้พื้นที่ใต้ถุนอาคารเรียนและบริเวณ
ใต้ร่มไม้เป็นสถานที่รับประทานอาหาร ส่งผลต่อสุขอนามัย และความปลอดภัยของนักเรียน อีกทั้งทำให้การบริหารจัดการด้านโภชนาการ ความสะอาด และความปลอดภัยเชิงพื้นที่เป็นไปได้อย่างจำกัด
ด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
1) เครื่องคอมพิวเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีมีจำนวนไม่เพียงพอและล้าสมัย
ไม่รองรับการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อการจัดการเรียนรู้ การวิเคราะห์ข้อมูลและการพัฒนาทักษะขั้นสูง ส่งผลให้
การขับเคลื่อนนโยบายด้าน Digital Skill ดำเนินการได้อย่างจำกัด
2) แม้สถานศึกษามีการดำเนินการลดภาระงานครูอย่างต่อเนื่อง แต่ในทางปฏิบัติภาระงาน
ด้านการเงินพัสดุ และงานเอกสารเชิงระบบยังคงมีชั้นตอนและระเบียบที่ซับซ้อน ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบสูง ส่งผลให้ครูและบุคลากรใช้เวลาในการปฏิบัติงานด้านบริหารจำนวนมาก และอาจกระทบต่อเวลา
ในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนอย่างเต็มศักยภาพ
ข้อเสนอแนะของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
1. การขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์ (Zero Dropout) อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นเพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษา
2. ส่งเสริมการพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) ให้แก่ผู้เรียนและผู้ปกครอง เพื่อสร้างรายได้
และยกระดับคุณภาพชีวิตขับเคลื่อนธนาคารหน่วยกิต โดยให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นเจ้าภาพ
3. ผลักดันระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) โดยให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน
4. ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน
และการปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มทางการศึกษา
นายสุรพงษ์ เอิมอุทัย